วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เปลี่ยนการกิน ก่อนป่วย ด้วยหลักคิด 9 ก่อนกิน


   การกินมากหรือกินไม่ถูกต้อง นำมาซึ่งโรคภัยต่าง ๆ มากมาย เช่น โรคอ้วน เบาหวาน โรคไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็ง เป็นต้น เราควรหันมาดูแลสุขภาพ รีบเปลี่ยนการกิน ก่อนจะป่วย ด้วยหลักคิด 9 ก่อนกิน 

1. กินอาหารครบ 5 หมู่

2. เลี่ยงอาหารรสหวานจัด มันจัด และเค็มจัด  หวาน 6 - มัน 6 เค็ม 1

3. กินในปริมาณเท่าที่ร่างกายต้องการ  ทำงานน้อย กินน้อย ทำงานหนัก กินมากหน่อย กินให้เหมาะกับวัยและกิจกรรมของตนเอง

4. ออกกำลังกายให้เหมาะกับวัยและอาหารที่บริโภค  ถ้ากินอาหารมากเกินความต้องการ ร่างกายก็จะเก็บสะสมไว้เป็นไขมัน เมื่อพลังงานที่ได้รับเกินทุก ๆ 7,700 กิโลเเคลอรี่ น้ำหนักตัวก็จะเพิ่มขึ้นอีก 1 กิโลกรัม

5. หมั่นดูแลน้ำหนักตัว  รักษาดัชนีมวลกายให้ต่ำกว่า 23 & รอบพุงไม่เกิน 36 นิ้ว (ชาย) ไม่เกิน 32 นิ้ว (หญิง)

6. ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย  วันละ 1 -2 แก้ว เลือกดื่มนมจืด นมพร่องมันเนย นมไขมันต่ำ

7. เลิกบุหรี่ ยาเสพติด

8. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

9.ผ่อนคลายจิตใจ

ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, หนังสือคู่มือกินน้อย อ่อนหวาน มันน้อย ถอยเค็ม

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ช่วงเวลาในการทานอาหาร 3 มื้อ

 


เรื่องอาหารการกินถือเป็นเรื่องสำคัญ เช่นเดียวกับการกินอาหารให้ถูกมื้อและถูกช่วงเวลา จะช่วยทำให้สามารถนำสารอาหารไปบำรุงเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเต็มที่

มื้อเช้า (07.00 – 09.00 น.)

เป็นช่วงเวลาที่กระเพาะอาหารทำงานได้ดีที่สุด หากทานช่วงนี้จะทำให้กระเพาะแข็งแรง ขับถ่ายเป็นปกติ

มื้อกลางวัน (12.30 น.)

ควรรอเวลาหลังเที่ยงไปนิดแล้วค่อยทาน เลือกทานคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี และผลไม้เพื่อเพิ่มพลังให้ร่างกาย

มื้อเย็น (ก่อนสองทุ่ม)

กินอาหารแต่พอดี หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ โกโก้เย็น เครื่องดื่มชูกำลัง เพราะจะเข้าไปทำให้ประสาทตื่นตัวจนนอนไม่หลับ

ขอขอบคุณ 

ข้อมูลจาก: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, SOOK MAGAZINE ฉบับที่ 45

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

กินอาหารนอกบ้านอย่างไรให้สุขภาพดี

ตามสถิติคนกรุงเทพฯ(ผู้มีอายุระหว่าง 13 -49 ปี) ทานอาหารนอกบ้านเฉลี่ยถึง 21 ครั้งต่อเดือน เเต่ไม่ต้องตกใจไป หากเราไม่สามารถทำอาหารทานเองได้ ก็ลองมาดูเคล็ดลับง่ายๆ ในการทานอาหารนอกบ้าน ว่าทานอย่างไรให้สุขภาพดี 

1.วางแผนว่าจะกินอะไรก่อนออกจากบ้าน เลี่ยงการทานฟาสต์ฟู้ด เเละเลือกร้านที่ปรุงอาหารสดใหม่ 

2.ถามส่วนผสมก่อนไม่น่าอาย เพื่อสุขภาพสามารถทำได้ไม่น่าเกลียด เช่น จานนี้ใช้เนื้อส่วนไหน ใช้น้ำมันอะไรจะได้ขอปรุงเเบบพิเศษได้ 

3.เลือกปรุงแบบพิเศษได้ เช่น มื้อนี้ขอปลานึ่งเเทนปลาทอด ขอน้ำมันน้อยหน่อย ไม่ใส่ผงชูรส ลดหวาน เค็ม 

4.เลี่ยงน้ำหวาน ทานน้ำเปล่า อาหารจะอร่อยขึ้น เเละสุขภาพก็ดีขึ้นด้วย 

5.เคี้ยวให้ช้า ปกติสมองจะส่งสัญญาณให้อิ่มหลังทานไปแล้ว 20 นาที

ขอขอบคุณ 

ข้อมูลจาก: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, SOOK MAGAZINE ISSUE NO.45 AUG 2016

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เลี่ยงคอเลสเตอรอล ให้ถูกทาง


ไม่ว่าคนผอม หรือคนอ้วน เสี่ยงคอเลสเตอรอลสูงได้ทั้งสิ้น ซึ่งพอคอเลสเตอรอลสูง ก็จะทำให้เสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจได้ในที่สุด ทางที่ดี มาหนีคอเลสเตอรอลตามนี้กันดีกว่า!!

1.ทานเนื้อสัตว์แค่ 6-9 ช้อนโต๊ะ/วัน: เลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมันและหนัง

2.หลีกเลี่ยงอาหารทอดต่าง ๆ: โดยเฉพาะของทอดจากน้ำมันทอดซ้ำ ซึ่งเป็นอันตรายต่อหลอดเลือดและหัวใจอย่างมาก

3.ใช้น้ำมันในปริมาณที่เหมาะสม: ควรใช้น้ำมันปรุงอาหารไม่เกินวันละ 5 ช้อนชา สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ต้องการพลังงานมาก และไม่เกิน 9 ช้อนชา สำหรับผู้ใช้แรงงานหรือนักกีฬา โดยใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าวประกอบอาหาร

4.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ: สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละอย่างน้อย 30 นาที เพื่อสุขภาพดีป้องกันโรคคอเลสเตอรอลสูง

ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก: นิตยสาร SOOK, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ