วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564

เมนูสุขภาพ: ยำกล้วย

 



ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก: วารสารอาหาร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร

บทความด้านอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติม --->> goo.gl/b6dGWD (ห้องสมุดประชาชน)

ภาพบางส่วนจาก: Freepik


แนะใช้พืชผักสมุนไพร กลิ่นธรรมชาติ ช่วยคลายเครียด

 

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะประชาชนใช้พืชผักสมุนไพร ปรุงเป็นอาหาร และกลิ่นสมุนไพรจากธรรมชาติ เพื่อผ่อนคลายร่างกาย และจิตใจ ลดอาการตึงเครียดในสถานการณ์ปัจจุบัน

นายแพทย์ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า จากปัญหาต่าง ๆ ในปัจจุบัน ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เกิดความเครียด วิตกกังวล ซึ่งศาสตร์การแพทย์แผนไทยคนที่มีอาการเครียด จะเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก นอนไม่หลับ การบรรเทาความเครียดโดยใช้พืช ผัก สมุนไพรมาปรุงเป็นอาหาร โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเครื่องเทศ และ กลุ่มดอกไม้หอม

กลุ่มเครื่องเทศที่มีฤทธิ์ร้อน ได้แก่ ขิง ขมิ้นชัน กะเพรา กระเทียม กระชาย ตะไคร้ หอมแดง ใบมะกรูด มะนาว จะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี สามารถบรรเทาอาการปวดตึงของกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการการบีบตัวของลำไส้ ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้เป็นปกติ และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้ร่างกายแข็งแรง

สำหรับเมนูอาหารที่สามารถนำสมุนไพรกลุ่มนี้ไปทำเป็นอาหาร ได้แก่ ต้มยำ ต้มโคล้ง ต้มจืดกะเพรา และเมนูยำต่างๆ ที่สำคัญคือ ต้องปรุงสุก สด ใหม่เสมอ ส่วนน้ำสมุนไพร ได้แก่ น้ำขิง น้ำตะไคร้ ชาใบหม่อน น้ำมะนาว เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มดอกไม้หอม ได้แก่ ดอกมะลิ จำปี จำปา และกุหลาบมอญ กลิ่นของสมุนไพร ดังกล่าว มีผลต่อสารสื่อประสาทในสมอง ช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี ความเครียด ช่วยให้นอนหลับได้สนิท

ขอขอบคุณ

ที่มาและภาพประกอบ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ , กรุงเทพธุรกิจ

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564

เมนูสุขภาพ: แตงโมมิกซ์สมูทตี้

 


ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก: วารสารอาหาร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร

บทความด้านอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติม --->> goo.gl/b6dGWD (ห้องสมุดประชาชน)

ภาพบางส่วนจาก: Freepik


วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2564

เมนูสุขภาพ: ข้าวอบเห็ด

 


ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก: วารสารอาหาร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร

บทความด้านอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติม --->> goo.gl/b6dGWD (ห้องสมุดประชาชน)

ภาพบางส่วนจาก: Freepik


วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2564

เมนูสุขภาพ: มะเขือเทศผัดไข่

 


ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก: วารสารอาหาร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร

บทความด้านอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติม --->> goo.gl/b6dGWD (ห้องสมุดประชาชน)

ภาพบางส่วนจาก: Freepik


เมนูสุขภาพ: น้ำพริกอ่อง

 


ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก: วารสารอาหาร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร

บทความด้านอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติม --->> goo.gl/b6dGWD (ห้องสมุดประชาชน)

ภาพบางส่วนจาก: Freepik


เมนูสุขภาพ: บัวลอยงาดำสี่สหาย

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก: วารสารอาหาร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร

ภาพบางส่วนจาก: Freepik

บทความด้านอาหารที่น่าสนใจ --->> goo.gl/b6dGWD


กินข้าวร่วมกับผู้อื่นคุณเสี่ยงรับเชื้อ (โควิด) จากอะไรบ้าง


เพราะการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นโดยเฉพาะในงานสังสรรค์ เราต้องเจอกับผู้คนมากมาย จึงมีโอกาสเสี่ยงรับเชื้อต่าง ๆ ได้โดยไม่รู้ตัว เพื่อความปลอดภัยจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกับคนหมู่มากในช่วงเวลานี้ แต่หากจำเป็น นอกจากการยกระดับ การเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด การล้างมือก่อนรับประทาน ใช้ช้อนกลาง และยังต้องระวังความเสี่ยงเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

1.ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสภาชนะของผู้อื่น เพราะมีโอกาสที่เราจะสัมผัสกับสารคัดหลั่ง จนนำไปสู่การได้รับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้

2.หลีกเลี่ยงการใช้มือเปล่าหยิบอาหารเข้าปาก

3.หากมีความจำเป็นต้องใช้ช้อนกลางร่วมกับผู้อื่น ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง หรือ ทำความสะอาดมือทันทีด้วยเจลแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคที่ติดอยู่บนช้อนเข้าสู่ร่างกาย

4.ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งของหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับ สวมหน้ากาก และ เว้นระยะห่างทางสังคม ช่วยลดโอกาสรับและส่งต่อเชื้อโรคไปสู่คนรอบข้างได้

ขอขอบคุณ ที่มาและภาพประกอบ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564

กรมอนามัย แนะเช็ดทำความสะอาดกระป๋องก่อนเปิด เพิ่มความมั่นใจประชาชนกินปลากระป๋องปลอดภัย

                                                              


นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวการคัดกรองโควิด-19 ของโรงงานปลากระป๋อง ในจังหวัดสมุทรสาคร พบมีผู้ติดเชื้อในโรงงานจำนวนหนึ่ง ส่งผลให้ประชาชนมีความวิตกกังวลต่อการบริโภคปลากระป๋อง

เพื่อเพิ่มความปลอดภัยการเลือกซื้อปลากระป๋องในช่วงนี้ ประชาชนควรเลือกซื้อกระป๋องที่อยู่ ในสภาพดี ไม่บุบ โดยเฉพาะตะเข็บหรือรอยต่อของกระป๋องต้องเรียบ ฝาหรือก้นกระป๋องแบนเรียบ ส่วนขอบกระป๋องจะต้องไม่มีรอยรั่วซึม ไม่เป็นสนิม ไม่โป่งนูน เนื่องจากมีแรงดันของก๊าซที่เกิดจากการเน่าเสียของอาหารภายในกระป๋อง และให้ดูฉลากสินค้าที่ผ่านการตรวจรับรองและมีเลขสารบบอาหารหรือตัวเลขหลังเครื่องหมาย อย. พร้อมทั้งสังเกตวัน เดือน ปีที่ผลิต และวันหมดอายุ ที่สำคัญก่อนบริโภคทุกครั้งควรทำความสะอาดกระป๋องและ    หีบห่อเมื่อซื้อมา แล้วจัดเก็บพร้อมกับล้างมือทันที และเมื่อจะบริโภคควรนำปลามาปรุงผ่านความร้อนอีกครั้ง ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก: ศูนย์สื่อสารสาธารณะกรมอนามัย

ภาพจากบางส่วนจาก: Freepik


วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2564

อาหารทะเลรับประทานได้ ยึดหลัก สุก ร้อน สะอาด

 


วันนี้ "คุณหมอขอบอก" ขอเป็นอีกเสียงในการหยิบยกข้อมูลที่ได้จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สื่อสาร กับประชาชนอีกครั้ง โดย นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย บอกว่า อาหารทะเลสามารถรับประทานได้ โดยยึดหลัก "สุก ร้อน สะอาด"

ทั้งนี้ ขั้นตอนการได้มา และการประกอบอาหารก็สำคัญ โดยผู้สัมผัสอาหารต้องล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะก่อนเตรียมปรุงประกอบและจำหน่ายอาหารทุกครั้ง และควรปรุงอาหารบนโต๊ะที่สูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร 
อาหารทะเล ต้องล้างให้สะอาดก่อนนำมาปรุง มีการแยกเก็บเป็นสัดส่วน หากเป็นเนื้อสัตว์ดิบต้องเก็บในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ส่วนอาหารทะเลประเภท กุ้ง ควรผ่านการปรุงสุกต้มเดือดด้วยความร้อนหรือไม่ต่ำกว่า 70 องศาเซลเซียส นาน 5 นาทีขึ้นไป หากเป็นอาหารประเภทปิ้งหรือย่างก็ขอให้สุกทั่วทั้งชิ้นแทนการกินแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ ไม่แนะนำให้กินดิบเพราะตัวกุ้งอาจมีทั้งพยาธิและเชื้อแบคทีเรียทำให้ท้องเสียได้ เพราะฉะนั้นใครที่คิดถึง "เมนูกุ้งแช่น้ำปลา" อาจจะต้องพับโครงการไปก่อน ส่วนที่ปรุงสำเร็จหรืออาหารที่พร้อมบริโภคห้ามใช้มือหยิบจับหรือสัมผัสอาหารโดยตรง ต้องใช้อุปกรณ์ที่สะอาดปลอดภัยในการหยิบจับอาหาร เช่น ทัพพี ที่คีบ เพื่อลดการปนเปื้อนเชื้อโรค

ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ