ขอขอบคุณ
ข้อมูลจาก: วารสารอาหาร
สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
บทความด้านอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติม
--->> goo.gl/b6dGWD (ห้องสมุดประชาชน)
ภาพบางส่วนจาก: Freepik
ขอขอบคุณ
ข้อมูลจาก: วารสารอาหาร
สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
บทความด้านอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติม
--->> goo.gl/b6dGWD (ห้องสมุดประชาชน)
ภาพบางส่วนจาก: Freepik
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะประชาชนใช้พืชผักสมุนไพร ปรุงเป็นอาหาร และกลิ่นสมุนไพรจากธรรมชาติ เพื่อผ่อนคลายร่างกาย และจิตใจ ลดอาการตึงเครียดในสถานการณ์ปัจจุบัน
นายแพทย์ขวัญชัย
วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า จากปัญหาต่าง ๆ ในปัจจุบัน
ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เกิดความเครียด วิตกกังวล ซึ่งศาสตร์การแพทย์แผนไทยคนที่มีอาการเครียด
จะเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก นอนไม่หลับ
การบรรเทาความเครียดโดยใช้พืช ผัก สมุนไพรมาปรุงเป็นอาหาร โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเครื่องเทศ และ
กลุ่มดอกไม้หอม
กลุ่มเครื่องเทศที่มีฤทธิ์ร้อน ได้แก่ ขิง ขมิ้นชัน กะเพรา
กระเทียม กระชาย ตะไคร้ หอมแดง ใบมะกรูด มะนาว จะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิต
ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี สามารถบรรเทาอาการปวดตึงของกล้ามเนื้อ
และกระตุ้นการการบีบตัวของลำไส้ ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้เป็นปกติ
และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้ร่างกายแข็งแรง
สำหรับเมนูอาหารที่สามารถนำสมุนไพรกลุ่มนี้ไปทำเป็นอาหาร ได้แก่ ต้มยำ ต้มโคล้ง
ต้มจืดกะเพรา และเมนูยำต่างๆ ที่สำคัญคือ ต้องปรุงสุก สด ใหม่เสมอ ส่วนน้ำสมุนไพร
ได้แก่ น้ำขิง น้ำตะไคร้ ชาใบหม่อน น้ำมะนาว เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มดอกไม้หอม ได้แก่ ดอกมะลิ จำปี จำปา และกุหลาบมอญ
กลิ่นของสมุนไพร ดังกล่าว มีผลต่อสารสื่อประสาทในสมอง
ช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี ความเครียด ช่วยให้นอนหลับได้สนิท
ขอขอบคุณ
ที่มาและภาพประกอบ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ , กรุงเทพธุรกิจ
ขอขอบคุณ
ข้อมูลจาก: วารสารอาหาร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
บทความด้านอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติม --->> goo.gl/b6dGWD (ห้องสมุดประชาชน)
ภาพบางส่วนจาก: Freepik
ขอขอบคุณ
ข้อมูลจาก: วารสารอาหาร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
บทความด้านอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติม --->> goo.gl/b6dGWD (ห้องสมุดประชาชน)
ภาพบางส่วนจาก: Freepik
ขอขอบคุณ
ข้อมูลจาก: วารสารอาหาร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
บทความด้านอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติม --->> goo.gl/b6dGWD (ห้องสมุดประชาชน)
ภาพบางส่วนจาก: Freepik
ขอขอบคุณ
ข้อมูลจาก: วารสารอาหาร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
บทความด้านอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติม --->> goo.gl/b6dGWD (ห้องสมุดประชาชน)
ภาพบางส่วนจาก: Freepik
ขอขอบคุณ
ข้อมูลจาก: วารสารอาหาร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
ภาพบางส่วนจาก: Freepik
บทความด้านอาหารที่น่าสนใจ --->> goo.gl/b6dGWD
1.ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสภาชนะของผู้อื่น
เพราะมีโอกาสที่เราจะสัมผัสกับสารคัดหลั่ง จนนำไปสู่การได้รับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้
2.หลีกเลี่ยงการใช้มือเปล่าหยิบอาหารเข้าปาก
3.หากมีความจำเป็นต้องใช้ช้อนกลางร่วมกับผู้อื่น ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
หรือ ทำความสะอาดมือทันทีด้วยเจลแอลกอฮอล์
เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคที่ติดอยู่บนช้อนเข้าสู่ร่างกาย
4.ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งของหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับ
สวมหน้ากาก และ เว้นระยะห่างทางสังคม
ช่วยลดโอกาสรับและส่งต่อเชื้อโรคไปสู่คนรอบข้างได้
ขอขอบคุณ ที่มาและภาพประกอบ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวการคัดกรองโควิด-19 ของโรงงานปลากระป๋อง ในจังหวัดสมุทรสาคร พบมีผู้ติดเชื้อในโรงงานจำนวนหนึ่ง ส่งผลให้ประชาชนมีความวิตกกังวลต่อการบริโภคปลากระป๋อง
เพื่อเพิ่มความปลอดภัยการเลือกซื้อปลากระป๋องในช่วงนี้ ประชาชนควรเลือกซื้อกระป๋องที่อยู่ ในสภาพดี ไม่บุบ โดยเฉพาะตะเข็บหรือรอยต่อของกระป๋องต้องเรียบ ฝาหรือก้นกระป๋องแบนเรียบ ส่วนขอบกระป๋องจะต้องไม่มีรอยรั่วซึม ไม่เป็นสนิม ไม่โป่งนูน เนื่องจากมีแรงดันของก๊าซที่เกิดจากการเน่าเสียของอาหารภายในกระป๋อง และให้ดูฉลากสินค้าที่ผ่านการตรวจรับรองและมีเลขสารบบอาหารหรือตัวเลขหลังเครื่องหมาย อย. พร้อมทั้งสังเกตวัน เดือน ปีที่ผลิต และวันหมดอายุ ที่สำคัญก่อนบริโภคทุกครั้งควรทำความสะอาดกระป๋องและ หีบห่อเมื่อซื้อมา แล้วจัดเก็บพร้อมกับล้างมือทันที และเมื่อจะบริโภคควรนำปลามาปรุงผ่านความร้อนอีกครั้ง ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
ขอขอบคุณ
ข้อมูลจาก:
ศูนย์สื่อสารสาธารณะกรมอนามัย
ภาพจากบางส่วนจาก: Freepik
ขอขอบคุณ
ข้อมูลจาก: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ